Make your own free website on Tripod.com
                                                      
                                                         การตรวจเลือกทหารกองเกิน
                                                   เข้ารับราชการทหารกองประจำการ
                                                           1-12 เมษายน 2550

                                                     ........................................
       ผู้ที่ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกทหาร ฯ ใน 1-12 เมษายน 2550
       1.คนอายุ 21 ปีบริบูรณ์ (เกิด พ.ศ.2529) 
       2.คนอายุ 22 ปี ถึง 29 ปีบริบูรณ์ (เกิด พ.ศ.2521 ถึง 2528)ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกทหาร และ
หรือผลการตรวจเลือกยังไม่เสร็จสิ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ
       3.นิสิต นักศึกษา นัักเรียน ที่อยู่ในระหว่างจะได้รับการผ่อนผันตามกฏกระทรวง
        บุคคลดังกล่าวข้างต้น ต้องไปรับหมายเรียก ฯ (แบบ สด.35 ) ที่อำเภอภูมิลำเนาทหาร และไปเข้ารับการตรวจเลือกตามวัน เวลา และสถานที่กำหนดไว้ในหมายเรียก
       ให้ผู้ที่จะเข้ารับการตรวจเลือก ฯ นำใบสำคัญ (แบบ สด.9),หมายเรียก ฯ (แบบ สด.35),บัตรประจำตัว
ประชาชน,ประกาศนียบัตร หรือหลักฐานการศึกษา ฯ ไปแสดงในวันตรวจเลือกด้วย

       การตรวจโรคทหารกองเกินก่อนการตรวจเลือกทหาร ฯ
       1.ผู้ที่จะเข้ารับการตรวจโรค คือ ทหารกองเกินที่รู้ว่าตนเองมีโรคที่น่าขัดต่อการรับราชการทหาร หรือได้ผ่าน
การตรวจโรคจากโรงพยาบาลของส่วนราชการพลเรือนหรือเอกชนแล้ว
       2.โรคที่ควรเข้ารับการตรวจ คือ โรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร ซึ่งไม่สามารถตรวจด้วยตาเปล่า หรือต้อง
ใช้เครื่องมือพิเศษทำการตรวจ ได้แก่ โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของ ตา,หู,โรคหัวใจและหลอดเลือด,โรคเลือด
และอวัยวะสร้างเลือด ,โรคของระบบหายใจ,โรคของระบบปัสสาวะ,โรคหรือความผิดปกติของกระดูก ข้อ และ
กล้ามเนื้อ,โรคของต่อมไร้ท่อและภาวะผิดปกติของเมตะบอลิสัม,โรคติดเชื้่อ,โรคทางประสาทวิทยา,โรคทางจิตเวช
และโรคอื่น ๆ เช่น ตับแข็ง เป็นต้น
       3.สถานที่เข้ารับการตรวจ คือ โรงพยาบาลสังกัด ทบ.19 แห่ง ได้แก่
          3.1 ส่วนกลาง ได้แก่ รพ.พระมงกุฏเกล้า (กรุงเทพ ฯ),รพ.อานันทมหิดล (ลพบุรี),รพ.ค่ายธนรัชต์ (ประจวบ
คีรีขันธ์),รพ.รร.จปร. (นครนายก)
          3.2 ทภ.1 ได้แก่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ (ปราจีนบุรี),รพ.ค่ายสุรสีห์ (กาญจนบุรี),รพ.ค่ายอดิศร (สระบุรี),รพ.ค่าย
นวมินทราชินี (ชลบุรี)
          3.3 ทภ.2 ได้แก่ รพ.ค่ายสุรนารี (นครราชสีมา),รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ (อุบลราชธานี),รพ.ค่ายประจักษ์
ศิลปาคม (อุดรธานี),รพ.ค่ายวีรวัฒน์โยธิน (สุรินทร์),รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา (สกลนคร)
          3.4 ทภ.3 ได้แก่ รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พิษณุโลก),รพ.ค่ายจิรประวัติ (นครสวรรค์),รพ.ค่าย
สุรศักดิ์มนตรี (ลำปาง),รพ.ค่ายกาวิละ (เชียงใหม่)
          3.5 ทภ.4 ได้แก่ รพ.ค่ายวชิราวุธ (นครศรีธรรมราช),รพ.ค่ายเสนาณรงค์ (สงขลา)
       4.เอกสารที่ต้องนำไปให้คณะกรรมการแพทย์ทำการตรวจสอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน,ใบสำคัญทหาร
กองเกิน (แบบ สด.9) และหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35) ฉบับจริง และสำเนาที่ลงนามรับรองเองแล้ว
       สิทธิต่าง ๆ ที่ทหารกองเกินจะได้รับ
       1.มีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน ตลอดจนสิทธิอื่น ๆ คือ จะได้รับเงินเดือน ๆ ละ 1,490.-บาท พร้อมกับ
เบี้ยเลี้ยงวันละ 50.-บาท ขณะที่ฝึกทหารใหม่ หลังจากนั้นจะได้รับเงินเดือน ๆ ละ 3,350.-บาท ถึง 4,450.-บาท
และเบี้ยเลี้ยงวันละ 50.-บาท ตลอดจนได้รับสวัสดิการตลอดเวลาที่เป็นทหารกองประจำการ
       2.นอกจากนี้ ยังมีโอกาสพัฒนาตนเองในด้านบุคลิกภาพ การศึกษา อาชีพ ฯ ตามที่แต่ละกองทัพ ได้มีโครงการส่งเสริม ฯ เช่นการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม การฝึกอาชีพก่อนปลด ฯ เป็นต้น
        3.สิทธิในการยกเว้น ผู้มีสิทธิได้รับการยกเว้น เช่น พระภิกษุ สามเณร-นักธรรม,นักบวชศาสนาอื่น ครู
นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ฯลฯ เป็นต้น เมื่อได้รับอนุมัติให้ยกเว้นแล้ว ไม่ต้องไปแสดงตนในวันตรวจเลือก
        4.สิทธิในการผ่อนผัน ทางราชการจะผ่อนผันให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
           4.1บุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบิดามารดา ซึ่งไร้ความสามารถ หรือพิการทุพพลภาพหรือชราจนหาเลี้ยง
ชีพไม่ได้และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู หรือต้องหาเลี้ยงดูบุตรซึ่งมารดาตายหรือหาเลี้ยงพี่หรือน้อง ซึ่งหาเลี้ยงชีพไม่ได้
และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู
           สำหรับผู้ที่ขอผ่อนผันประเภทนี้ จะต้องยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอทุกปี และต้องไปแสดงตนในวัน
ตรวจเลือกด้วย

           4.2 นิสิต นักศึกษา หรือนักเรียนในสถาบันการศึกษาที่กำหนดไว้ ให้แจ้งต่อสถาบันการศึกษานั้น ๆ เพื่อ
ดำเนินการขอผ่อนผันต่อไป สำหรับผู้ที่ขอผ่อนผันประเภทนี้ จะต้องไปรับหมายเรียก ฯ (แบบ สด.35 ) และไป
แสดงตนในวันตรวจเลือกด้วย
หากปีใดมีคนส่งเข้าเป็นทหารพอก็จะได้รับสิทธิผ่อนผันไม่ต้องเป็นทหารเฉพาะปีนั้น
สำหรับปีต่อ ๆ ไป ก็ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน
           ผู้ที่ขอผ่อนผัน ถ้าต้องการสละสิทธิผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือก ฯ ให้สละสิทธิได้ไม่เกินเวลา 12.00 น.
ของวันตรวจเลือก ฯ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาให้รับเข้าตรวจเลือก ฯ ได้
        5.ผู้ที่มาตรวจเลือกเห็นว่า ตนควรได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผันต้องนำหลักฐานมาแสดงต่อคณะกรรมการ
ตรวจเลือกก่อนจับสลาก มิฉะนั้นถือว่าหมดสิทธิ
        6.ผู้ที่มาตรวจเลือกเห็นว่า การวัดขนาดของตนไม่ถูกต้องก็ให้คัดค้านในทันที เมื่อผ่านไปแล้วกรรมการอาจ
จะไม่พิจารณาให้
        7.ผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นทหารเห็นว่า คณะกรรมการตรวจเลือกตัดสินไม่ถูกหรือไม่ยุติธรรม ให้ยื่นคำร้องต่อ
คณะกรรมการชั้นสูง (ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน เป็นประธานกรรมการ และกรรมการอีก 2 นาย)
ได้ทันที แต่ถ้าถึงกำหนดที่จะต้องไปเป็นทหารกองประจำการก็ให้เข้าเป็นทหารก่อน จนกว่าจะได้รับคำตัดสิน
ของคณะกรรมการชั้นสูง
        8. ผู้ที่ต้องเข้ากองประจำการ ตามข้อ 7 หากประสงค์จะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการชั้นสูงก็ให้ยื่นตรงต่อ คณะกรรมการชั้นสูงก็ให้ยื่นได้โดยตรงไม่ต้องผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
         สิทธิของทหารกองเกินที่มีคุณวุฒิ ม.6 และร้องขอ
        ทหารกองเกินที่ร้องขอเข้ากองประจำการ แผนกทหารบก และมีคุณวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่ามีสิทธิสมัครสอบ 
คัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ประจำปีการศึกษา 2551 ได้ถึงร้อยละ 40 สำหรับผู้ที่ร้องขอ ฯ แผนก
ทหารเรือมีคะแนนพิเศษเมื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่า ร้อยละ 2-4 ในทุกวิชา สำหรับผู้ที่ร้องขอ ฯ แผนก
ทหารอากาศมีสิทธิสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าในโควต้าทหารร้อยละ 5
        นอกจากนี้ เมื่อสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบได้แล้ว หากมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมของแต่ละเหล่า
จะมีสิทธิได้รับคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ตามจำนวนที่กองทัพบกจัดสรรให้ในแต่ละปี
        สิทธิในการลดวันรับราชการทหาร ฯ
        1.ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร,ข้าราชการตุลาการ,ดาโต๊ะยุติธรรม,ข้าราชการอัยการ,ข้าราช
การฝ่ายตุลาการซึ่งเป็นข้าราชการชั้นตรีหรือเทียบเท่า,ข้าราชการพลเรือนชั้นตรีหรือเทียบเท่า,พนักงานเทศบาล
ชั้นตรีหรือเทียบเท่า,ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรอง
วิทยฐานะเทียบเท่า
           จับสลากถูกเป็นทหาร 1 ปี ถ้าสมัครเป็นเพียง 6 เดือน
        2.ผู้สำเร็จเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 2 หรือเทียบเท่า,ผู้สำเร็จจาก ร.ร.อาชีวศึกษาชั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้สำเร็จวิชาชีพหลักสูตรไม่น้อยกว่า 3 ปี จาก ร.ร.อาชีพที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองและรับจากผู้สำเร็จ ม.ศ.3
ผู้สำเร็จประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป
           จับสลากถูกเป็นทหาร 2 ปี ถ้าสมัครเป็นเพียง 1 เดือน
        3.ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร
           - ชั้นปีที่ 1 จับสลากถูกเป็นหทาร 1 ปี 6 เดือน ถ้าสมัครเป็นเพียง 1 ปี
           - ชั้นปีที่ 2 จับสลากถูกเป็นหทาร 1 ปี  ถ้าสมัครเป็นเพียง  6 เดือน
           - ชั้นปีที่ 3 ขึ้นทะเบียนเป็นทหารแล้วปลดเป็นกองหนุนโดยไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร (ไม่ต้องไปรับการ
ตรวจเลือกให้ติดต่อกับ รด.นำตัวขึ้นทะเบียน)
        4.ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารจากต่างประเทศ ต้องให้กระทรวงกลาโหมรับรองเทียบกับผู้สำเร็จ การฝึกวิชาทหาร
ของ รด.ก่อน แล้วจึงขอรับสิทธิตามที่กำหนดในกฏกระทรวง ฯ
        หลักฐานสำคัญ สด.43
        ใบรับรองผลการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.43) หรือที่เรียกว่า ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร
เป็นหลักฐานสำคัญที่ท่านจะต้องใช้แสดงต่อหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัท ห้างร้านเอกชนเพื่อประโยชน์
ในการสมัครเข้าทำงานหรือติดต่อราชการหรือขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ เมื่อบัตรฯ เดิมหมดอายุ
        คำเตือน
        1.การขอสิทธิลดวันรับราชการทหาร  ต้องนำหลักฐานแสดงคุณวุฒิพิเศษ ยื่นต่อคณะกรรมการตรวจเลือก
ในวันตรวจเลือกทหารโดยทำคำร้องไว้พร้อมทั้งขอใบรับหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ด้วย
        2.ผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารทุกคนจะได้ใบรับรองผล (แบบ สด.43) จากประธานคณะกรรมการตรวจเลือก
ในวันตรวจเลือกทหารเท่านั้น หากได้รับจากบุคคลอื่นหรือในวันอื่น หรือได้รับโดยมิได้ไปเข้ารับการตรวจเลือก
ทหารเป็นเอกสารปลอม

                                                ลูกผู้ชายไทย ต้องรับใช้ชาติ
                        ด้วยการเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหาร

                                           เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด